สารบัญ
หน้าแรก
- บทที่ 1 บทนำ
  2.1 แนวความคิดของงานภูมิทัศน์
  2.2 หลักการจัดการภูมิทัศน์
  2.3  ความหมายและความสำคัญของงานภูมิทัศน์
  2.4 แนวความคิดการออกแบบรักษาง่ายและประหยัด
  2.5 ข้อคิดในการเลือกวัสดุพืชพรรณ
  2.6 การจัดการดูแลรักษางานภูมิทัศน์เชิงปฏิบัติของโครงการ
  2.7  การจัดการและวางแผนดำเนินธุรกิจการจัดการดูแลรักษางานภูมิทัศน์
 
- บทที่ 3 วิธีการศึกษาและวิธีปฏิบัติ
- บทที่ 4 ผลการศึกษาและปฏิบัติการ
- บทที่ 5 บทสรุปและข้อเสนอแนะ
 
คณะทำงานโครงงานนี้
body

2.8  กรณีศึกษาและผลงานที่เกี่ยวข้อง

                 2.8.1 กรณีศึกษาที่ 1 : มหาวิทยาลัยวิทยาลัยพายัพ เชียงใหม่  พื้นที่ตั้งโครงการอยู่ ณ เลขที่272  หมู่ 2 ถ.ซุปเปอร์ไฮเวย์ ตำบลสันพระเนตร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่  ขนาดของพื้นที่โดยรวมประมาณ 394 ไร่
                 มหาวิทยาลัยพายัพลักษณะเป็นพื้นที่สวยงามมีความร่มรื่นมากเพราะพื้นที่ส่วนใหญ่จะปกคลุมด้วยไม้ยืนต้นและตึกอาคารเรียนเป็นจำนวนมาก การดูแลรักษาให้คงความสวยงามทั้งเป็นที่พักผ่อนของนักศึกษาและบุคลากรมาใช้บริการ  ได้มีสภาพแวดล้อมที่มีความเป็นระเบียบสวยงามอยู่เสมอ

                 2.8.1.1 สภาพปัญหาที่พบในพื้นที่โครงการ

                 งานภูมิทัศน์ดาดอ่อน (Soft scape )
                 ก) ปัญหาที่พบกับสนามหญ้า
                 1.วัชพืช เช่น หญ้าแห้วหมู ,หญ้าตีนกา ,หญ้าคา เป็นต้น
                 2. ศัตรูพืช เช่น ด้วงดิน , แมลงกระชอน , เพลี้ยไฟ  ฯลฯ

                 ข) ปัญหาที่พบกับพืชพรรณ

                 1. วัชพืช เช่น ไมยราพ , หญ้าแห้วหมู , หญ้าตีนนก

                 2. โรคพืช ได้แก่ โรคใบไหม้ , เชื้อรา , ตะไคร่น้ำ
                 3.  ศัตรูพืช ได้แก่ หนอนผีเสื้อกลางคืน , เพลี้ย , แมลง
                 4. ไม่มีการเก็บกวาดใบไม้ในบางบริเวณพื้นที่
                 5. ไม่มีการตัดแต่งกิ่งไม้เลื้อย
                 งานภูมิทัศน์ดาดแข็ง ( Hard scape)
                 ก) งานภูมิทัศน์ดาดแข็งประเภทใต้ระดับพื้นผิว ได้แก่
                 1. ระบบการให้น้ำแก่พืชพรรณในพื้นที่โครงการ

                 - เนื่องจากตำแหน่งของวาล์วอยู่ไกลจึงต้องใช้แรงงานคนในการปฏิบัติงานแต่ละครั้ง  เพราะโครงการไม่มีการให้น้ำแบบระบบสปริงเกอ

                 -  เกิดปัญหากับท่อ PVC แตกหักจากการปฏิบัติงานและการเกิดอุบัติเหตุโดยบังเอิญจากการทำงาน

                 2. ระบบไฟฟ้า
                 - ระบบไฟฟ้าในพื้นที่โครงการบางจุดใช้การไม่ได้
                 - โคมไฟสนามมีสีซีดจางเกิดคราบสนิม
                 3. ระบบการระบายน้ำ

                 - เนื่องจากเป็นการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ธรรมชาติภายในพื้นที่โครงการ ดังนั้นจึงไม่มีท่อระบายน้ำ   

                 ข) งานภูมิทัศน์ดาดแข็งประเภทระดับพื้นผิว ได้แก่
                 1. ถนน
                 - ปัญหาที่พบกับถนนภายในโครงการ คือ เศษฝุ่นที่เกิดจากการสัญจรการใช้ถนนช่วงฤดูฝนจะมีปัญหาเรื่องโคลนเนื่องจากถนนภายในโครงการบางส่วนเป็นเพียงถนนที่บดอัดดินโรยกรวด
                 2. ทางเดินเท้า

                 -  ทางเดินเท้าภายในโครงการมีใบไม้ร่วงลงบนพื้น และมีวัชพืชขึ้นแทรกอยู่ในบางช่วง

                 3. ลานกิจกรรม

                 -  ปัญหาวัชพืชขึ้นแทรกในลาน เช่น หญ้าแห้วหมู

                 -  ปัญหาของตะไคร้น้ำ มอส ขึ้นในลานพักผ่อนจนทำให้ลื่น

                 ค) งานภูมิทัศน์ดาดแข็งประเภทเหนือระดับพื้นผิว ได้แก่
                 1. รั้ว
                  - ปัญหาไม้หลุดหรือชำรุดในบางส่วน

                 - ปัญหาของวัชพืชเกาะเลื้อยขึ้นตามผนังรั้วไม้

                 2. โคมไฟ
                  - ปัญหาโคมไฟมีสีซีดจาง
                  - ปัญหาหลอดไฟไม่สว่างบางจุด
                  - ไม่มีตัวครอบหลอดไฟทำให้เห็นหลอดไฟ   เปลือย
                 3. โรงจอดรถ

                  -เศษฝุ่นเศษดินเศษขี้โคลนที่ติดมากับยานพาหนะ การเข้าไปใช้พื้นที่โครงการไม่ได้มีการเก็บกวาดทำความสะอาดให้ดี

                 4.  อาคารต่าง ๆ

                 - บางอาคารมีสีซีดจางและคราบสกปรกและบางอาคารชำรุดมาก เพราะไม่ได้รับการดูแลรักษา

                 ง) ภูมิทัศน์ลักษณะพิเศษ

                  - สระน้ำ ปัญหาที่พบคือปัญหาวัชพืชบริเวณขอบสระขึ้นลุกลามเข้ามาในสระน้ำและปัญหาขยะวัชพืช  เหล่านั้นหากปล่อยไว้ให้ขึ้นมากๆจะทำให้การดูแลรักษายากมากส่วนขยะนั้นจะก่อให้เกิด ปัญหาน้ำเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น

                 2.8.1.2 การแก้ไขปัญหาของพื้นที่โครงการ
                 1. การแก้ปัญหาที่พบกับงานภูมิทัศน์ดาดอ่อน ( Soft scape )
                 - เพิ่มการดูแลบำรุงรักษา เช่น การตัดแต่ง , ใส่ปุ๋ย ,ให้น้ำ
                 - มีการตรวจเช็คโรคและแมลงต่างๆที่เข้ามารบกวน
                 2. การแก้ปัญหาที่พบกับงานภูมิทัศน์ดาดแข็ง ( Hard scape )
                 - ควรมีการตรวจเช็คสภาพของงานภูมิทัศน์ดาดแข็ง
                 - ควรมีการซ่อมบำรุงงานภูมิทัศน์ดาดแข็งที่ชำรุด
                 - ควรมีการทำงานที่รัดกุม
                 - จัดการแก้ปัญหาทันทีที่พบ

                 - ปรึกษาผู้รู้ในงานภูมิทัศน์ดาดแข็งในการจัดการแก้ปัญหานั้นๆ

                 - มีตารางการจัดการที่ชัดเจนในการดูแลรักษา
                 2.8.1.3 ข้อมูลการประเมินราคาค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษางานภูมิทัศน์ ในรอบปี
                 2.8.1.4 ข้อมูลด้านบุคลากรของพื้นที่โครงการ
                 2.8.1.5 ข้อมูลการสรุปจำนวนกำลังคนที่ต้องใช้ในงานดูแลบำรุงรักษางานภูมิทัศน์

                 2.8.1.6 ข้อมูลการใช้สารเคมีและน้ำมันเชื้อเพลิงในการดูแลรักษางานภูมิทัศน์

                 1) ข้อมูลการใช้สารเคมี

                 ก)  ปุ๋ยละลายช้าสูตร 19-3-19 , 14-0-28 ใช้กับสนามหญ้า 21วันต่อครั้ง และปุ๋ยอื่นๆ สำหรับพรรณไม้ 21-7-14 , 25-7-7 , 15-15-15 ให้ 14 วันต่อครั้ง จำนวน 100-150

                 ข)  ยาฆ่าเชื้อรา ได้แก่ แมงโกเซ็บ , ร็อปร่อน , ดาโคนิล , ริโดมิล ในปริมาณ 25 , 8 ,14 ,และ25 กิโลกรัมตามลำดับโดยใช้สลับกันต่อการใช้หนึ่งครั้ง

                 ค)  ยากำจัดวัชพืช  ได้แก่ อัลมิค , MS.MA., ราวอัพในปริมาณ52.5 , 3.5 , 10 ลิตรตามลำดับ ต่อน้ำ 1,000 ลิตร

                 ง)  ยาฆ่าแมลง ได้แก่ ร๊อชแบน เป็นต้น
                 2) ข้อมูลน้ำมันและเชื้อเพลิง

                 ก)   น้ำมันเบนซิน            1,878  ลิตร  

                 ข)   น้ำมันดีเซล                1,560  ลิตร 
                 ค)   น้ำมันหล่อลื่น                 82  ลิตร
                 2.8.1.7  การกำจัดขยะ
                 ปริมาณขยะมูลฝอยจำนวน 700-1000 กิโลกรัมต่อวัน โดยแยกที่ขยะออกเป็นส่วนๆ เช่น ขยะแห้งและขยะเปียก เป็นต้น

                 2.8.1.8  ตารางการดูแลรักษางานภูมิทัศน์ของโครงการ

                 - ตารางการดูแลรักษางานภูมิทัศน์ดาดอ่อน (Soft scape) ในรอบเดือน
                 - ตารางการดูแลรักษางานภูมิทัศน์ดาดแข็ง (Hard scape) ในรอบเดือน
                 2.8.1.9  ตารางแสดงข้อมูลเครื่องมือ เครื่องจักร
                 2.8.1.10  แสดงผังโครงการ
                 2.8.1.11  สรุป ข้อดี- ข้อเสีย ที่พบเห็นในโครงการ

                 มีการจัดการดูแลบำรุงรักษางานภูมิทัศน์ดาดอ่อนได้ดีอย่างสม่ำเสมอ แต่ในบางพื้นที่ก็ยังขาดความเป็นระเบียบบ้าง เช่นบริเวณสนามหญ้าที่มีใบไม้ร่วงอยู่เป็นจำนวนมากขาดการเก็บกวาด มีเศษหญ้าที่ตัดแล้วกองอยู่  แต่สำหรับการตัดหญ้านั้นตัดได้สม่ำเสมอกันดีมาก
                 งานภูมิทัศน์ดาดแข็งภายในพื้นที่โครงการยังขาดการดูแลอยู่บ้าง เช่นถนนภายในโครงการที่ชำรุดและยังไม่การก่อสร้างที่ดี จึงทำให้เกิดปัญหากระจายไปในที่ต่าง ๆ เช่น ฝุ่นหรือโคลน  ที่ติดจากถนนที่ชำรุดและก่อสร้างยังไม่ดี

**แสดงตารางการจัดการบุคลากรในงานการดูแลรักษางานภูมิทัศน์โครงการมหาวิทยาลัย พายัพ

**ภูมิทัศน์มหาวิทมยาลัยพายัพ

                2.8.2 กรณีศึกษาที่ 2 : สวนเจ็ดริน  เชียงใหม่ 
                ตั้งอยู่บนถนนห้วยแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งโครงการนี้มีพื้นที่ทั้งหมด 20 ไร่
                ทางสังฆราช ลูเซียนลเกอสต์ ประมุขของ สังฆมณฑลเชียงใหม่ ได้เชิญคณะสงฆ์ เยสุฮิต ให้ขึ้นมาทำงานที่เชียงใหม่ ดังนั้นในปี 1963 คุณพ่ออังเดร โคมาน , เอส.เจ ได้เดินทางขึ้นมาทำที่เชียงใหม่เป็นคนแรกและในปีต่อมาได้ซื้อที่ดินบริเวณหน้า มหาวิทยาลัย    บน ถนนสายห้วยแก้ว จำนวน 20 ไร่ แล้วเริ่มก่อสร้างศูนย์นักศึกษาคาทอลิกขึ้นจนถึงปี 1994 สวนเจ็ดรินได้พัฒนาขึ้นเป็นศูนย์ฟื้นฟูจิตใจ มาจนถึงปี 1998 คณะเยสุฮิต ได้ตัดสินใจสร้างโบสถ์ใหม่บริเวณสวนเจ็ดรินและได้ประกอบพิธีเสกโบสถ์และเปิดเป็นทางการในวันที่ 30 มกราคม 2000 จนถึงปัจจุบันซึ่งเป็นศูนย์ฟื้นฟูจิตใจที่จัดอบรมและนำเข้าเงียบที่สงบสวยงามที่หนึ่ง
                โดยสภาพของพื้นที่โครงการจากการสำรวจเบื้องต้นพื้นที่โดยรวมของโครงการมีการจัดตกแต่งภูมิทัศน์และการดูแลรักษาที่ดีโดยมีพืชพรรณเดิมกับต้นไม้ใหญ่ที่จัดให้เข้ากับสวนที่สร้างขึ้นใหม่ที่ดูมีความสงบเงียบซึ่งเหมาะกับการเข้ามาพักผ่อนและปฏิบัติธรรมโดยมีการปลูกไม้ดอก ไม้พุ่ม ที่มีการตัด ตกแต่ง เป็นรูปทรงต่าง ๆ และมีศาลาพักผ่อน และสนามหญ้า ได้ทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างสะดวกสบายทั้งยังมี อาคารบริการ, หอพัก, โบสถ์ และอาคารกิจกรรมที่มีรองรับในพื้นที่สวนเจ็ดรินนี้

                 2.8.2.1 สภาพปัญหาที่พบในพื้นที่โครงการ
                 งานภูมิทัศน์ดาดอ่อน (Soft scape )
                 ก) ปัญหาที่พบกับสนามหญ้า
                 1.วัชพืช เช่น หญ้าแห้วหมู ,หญ้าตีนกา ,หญ้าคา เป็นต้น
                 2. ศัตรูพืช เช่น ด้วงดิน , แมลงกระชอน , เพลี้ยไฟ  ฯลฯ

                 ข) ปัญหาที่พบกับพืชพรรณ

                 1. วัชพืช เช่น ไมยราพ , หญ้าแห้วหมู , หญ้าตีนนก

                 2. โรคพืช ได้แก่ โรคใบไหม้ , เชื้อรา , ตะไคร่น้ำ
                 3.  ศัตรูพืช ได้แก่ หนอนผีเสื้อกลางคืน , เพลี้ย , แมลง
                 4. ไม่มีการเก็บกวาดใบไม้ในบางบริเวณพื้นที่
                 5. ไม่มีการตัดแต่งกิ่งไม้เลื้อย
                 งานภูมิทัศน์ดาดแข็ง ( Hard scape)
                 ก) งานภูมิทัศน์ดาดแข็งประเภทใต้ระดับพื้นผิว ได้แก่
                 1. ระบบการให้น้ำแก่พืชพรรณในพื้นที่โครงการ

                 - เนื่องจากตำแหน่งของวาล์วอยู่ไกลจึงต้องใช้แรงงานคนในการปฏิบัติงานแต่ละครั้ง  เพราะโครงการไม่มีการให้น้ำแบบระบบสปริงเกอ

                 -  เกิดปัญหากับท่อ PVC แตกหักจากการปฏิบัติงานและการเกิดอุบัติเหตุโดยบังเอิญจากการทำงาน

                 2. ระบบไฟฟ้า
                 - ระบบไฟฟ้าในพื้นที่โครงการบางจุดใช้การไม่ได้
                 - โคมไฟสนามมีสีซีดจางเกิดคราบสนิม
                 3. ระบบการระบายน้ำ

                 - เนื่องจากเป็นการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ธรรมชาติภายในพื้นที่โครงการ ดังนั้นจึงไม่มีท่อระบายน้ำ   

                 ข) งานภูมิทัศน์ดาดแข็งประเภทระดับพื้นผิว ได้แก่
                 1. ถนน
                 - ปัญหาที่พบกับถนนภายในโครงการ คือ เศษฝุ่นที่เกิดจากการสัญจรการใช้ถนนช่วงฤดูฝนจะมีปัญหาเรื่องโคลนเนื่องจากถนนภายในโครงการบางส่วนเป็นเพียงถนนที่บดอัดดินโรยกรวด
                 2. ทางเดินเท้า

                 -  ทางเดินเท้าภายในโครงการมีใบไม้ร่วงลงบนพื้น และมีวัชพืชขึ้นแทรกอยู่ในบางช่วง

                 3. ลานกิจกรรม

                 -  ปัญหาวัชพืชขึ้นแทรกในลาน เช่น หญ้าแห้วหมู

                 -  ปัญหาของตะไคร้น้ำ มอส ขึ้นในลานพักผ่อนจนทำให้ลื่น

                 ค) งานภูมิทัศน์ดาดแข็งประเภทเหนือระดับพื้นผิว ได้แก่
                 1. รั้ว
                  - ปัญหาไม้หลุดหรือชำรุดในบางส่วน

                 - ปัญหาของวัชพืชเกาะเลื้อยขึ้นตามผนังรั้วไม้

                 2. โคมไฟ
                  - ปัญหาโคมไฟมีสีซีดจาง
                  - ปัญหาหลอดไฟไม่สว่างบางจุด
                  - ไม่มีตัวครอบหลอดไฟทำให้เห็นหลอดไฟ   เปลือย
                 3. โรงจอดรถ

                  -เศษฝุ่นเศษดินเศษขี้โคลนที่ติดมากับยานพาหนะ การเข้าไปใช้พื้นที่โครงการไม่ได้มีการเก็บกวาดทำความสะอาดให้ดี

                 4.  อาคารต่าง ๆ

                 - บางอาคารมีสีซีดจางและคราบสกปรกและบางอาคารชำรุดมาก เพราะไม่ได้รับการดูแลรักษา

                 ง) ภูมิทัศน์ลักษณะพิเศษ

                 1. น้ำพุ มีเศษใบไม้ร่วงหล่นลงบ่อน้ำ และเกิดตะไคร่น้ำเกาะ

                 2. บ่อน้ำมีเศษใบไม้ร่วงหล่น ทำให้เกิดความสกปรกและทำ ให้น้ำเสีย

                 2.8.2.2 การแก้ไขปัญหาของพื้นที่โครงการ
                 1. การแก้ปัญหาที่พบกับงานภูมิทัศน์ดาดอ่อน ( Soft scape )
                 - เพิ่มการดูแลบำรุงรักษา เช่น การตัดแต่ง , ใส่ปุ๋ย ,ให้น้ำ
                 - มีการตรวจเช็คโรคและแมลงต่างๆที่เข้ามารบกวน
                 2. การแก้ปัญหาที่พบกับงานภูมิทัศน์ดาดแข็ง ( Hard scape )
                 - ควรมีการตรวจเช็คสภาพของงานภูมิทัศน์ดาดแข็ง
                 - ควรมีการซ่อมบำรุงงานภูมิทัศน์ดาดแข็งที่ชำรุด
                 - ควรมีการทำงานที่รัดกุม
                 - จัดการแก้ปัญหาทันทีที่พบ

                 - ปรึกษาผู้รู้ในงานภูมิทัศน์ดาดแข็งในการจัดการแก้ปัญหานั้นๆ

                 - มีตารางการจัดการที่ชัดเจนในการดูแลรักษา
                 2.8.2.3 ข้อมูลการประเมินราคาค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษางานภูมิทัศน์ ในรอบปี
                 2.8.2.4 ข้อมูลด้านบุคลากรของพื้นที่โครงการ
                 2.8.2.5 ข้อมูลการสรุปจำนวนกำลังคนที่ต้องใช้ในงานดูแลบำรุงรักษางานภูมิทัศน์

                 2.8.2.6 ข้อมูลการใช้สารเคมีและน้ำมันเชื้อเพลิงในการดูแลรักษางานภูมิทัศน์

                 1) ข้อมูลการใช้สารเคมี

                 ก)  ปุ๋ยละลายช้าสูตร 19-3-19 , 14-0-28 ใช้กับสนามหญ้า 21วันต่อครั้ง และปุ๋ยอื่นๆ สำหรับพรรณไม้ 21-7-14 , 25-7-7 , 15-15-15 ให้ 14 วันต่อครั้ง จำนวน 100-150

                 ข)  ยาฆ่าเชื้อรา ได้แก่ แมงโกเซ็บ , ร็อปร่อน , ดาโคนิล , ริโดมิล ในปริมาณ 25 , 8 ,14 ,และ25 กิโลกรัมตามลำดับโดยใช้สลับกันต่อการใช้หนึ่งครั้ง

                 ค)  ยากำจัดวัชพืช  ได้แก่ อัลมิค , MS.MA., ราวอัพในปริมาณ52.5 , 3.5 , 10 ลิตรตามลำดับ ต่อน้ำ 1,000 ลิตร

                 1) ข้อมูลการใช้สารเคมี

                 ก)  ปุ๋ยละลายช้าสูตร 19-3-19 , 14-0-28 ใช้กับสนามหญ้า 21วันต่อครั้ง และปุ๋ยอื่นๆ สำหรับพรรณไม้ 21-7-14 , 25-7-7 , 15-15-15 ให้ 14 วันต่อครั้ง จำนวน 100-150

                 ข)  ยาฆ่าเชื้อรา ได้แก่ แมงโกเซ็บ , ร็อปร่อน , ดาโคนิล , ริโดมิล ในปริมาณ 25 , 8 ,14 ,และ25 กิโลกรัมตามลำดับโดยใช้สลับกันต่อการใช้หนึ่งครั้ง

                 ค)  ยากำจัดวัชพืช  ได้แก่ อัลมิค , MS.MA., ราวอัพในปริมาณ52.5 , 3.5 , 10 ลิตรตามลำดับ ต่อน้ำ 1,000 ลิตร

                 ง)  ยาฆ่าแมลง ได้แก่ ร๊อชแบน เป็นต้น
                 2) ข้อมูลน้ำมันและเชื้อเพลิง
- ดีเซล(โซล่า) 20-25 ลิตรต่อวัน
- เบนซิน(91) 15-20 ลิตรต่อวัน
- ไร้สาร (95) 7-10 ลิตรต่อวัน
                 ปริมาณขยะมูลฝอยจำนวน 150 – 250 กิโลกรัมต่อวัน โดยแยกที่ขยะออกเป็นส่วนๆ เช่น ขยะแห้งและขยะเปียก เป็นต้น

                 2.8.2.8  ตารางการดูแลรักษางานภูมิทัศน์ของโครงการ

                 - ตารางการดูแลรักษางานภูมิทัศน์ดาดอ่อน (Soft scape) ในรอบเดือน
                 - ตารางการดูแลรักษางานภูมิทัศน์ดาดแข็ง (Hard scape) ในรอบเดือน
                 2.8.2.9  ตารางแสดงข้อมูลเครื่องมือ เครื่องจักร
                 2.8.2.10  แสดงผังโครงการ

                 2.8.2.11 สรุปข้อดีข้อเสีย ที่พบเห็นในโครงการ

                 มีการออกแบบภูมิทัศน์ได้สวยงามมากทั้งการออกแบบให้ต้นไม้เดิมได้คงอยู่ ในบริเวณสวน อีกทั้งการใช้วัสดุในการออกแบบ ก็เลือกสรรได้เป็นอย่างดี การใช้สถานที่ก็มีส่วนบริการครบถ้วนทั้งด้านการพักผ่อนหรือการทำกิจกรรมร่วมกันพร้อมกันหลาย ๆ คน
ส่วนข้อเสียของสถานที่คือ ควรมีการควบคุม วางแผน จัดการ และการจัดหาบุคลากร ที่สามารถปฏิบัติงานได้ตรงเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพเพื่อทำการจัดการดูแลรักษาภูมิทัศน์ทั้งภูมิทัศน์ดาดอ่อนที่ต้องมีการดูแลรักษาทั้งการป้องกันแมลงศัตรูพืชวัชพืชรวมถึงการตัดแต่งให้สวยงามและภูมิทัศน์ดาดแข็งที่ต้องการซ่อมแซมบำรุงส่วนที่สึกร่อเพื่อให้เกิดความสวยงามและเพื่อให้งานภูมิทัศน์เป็นงานที่สร้างความประทับใจแก่ผู้มาใช้พื้นที่โครงการ

**แสดงตารางการจัดการบุคลากรในงานการดูแลรักษางานภูมิทัศน์โครงการสวนเจ็ดรินเชียงใหม่

**โครงสร้างตำแหน่งบุคลากรในการดูแลรักษาภูมิทัศน์ โครงการสวนเจ็ดรินจังหวัดเชียงใหม่

                 2.8.3 สรุปกรณีศึกษา

                 หลังจากที่ได้ทำการศึกษาข้อมูลที่ได้จากกรณีศึกษาทั้งสองโครงการ พบว่ามีการจัดการดูแลรักษางานภูมิทัศน์ที่ดี เพราะทั้งสองโครงการ มีการจัดการองค์กรที่ดี โดยจะสามารถเปรียบเทียบในแต่ละข้อได้ดังนี้
                 1. การจัดการ  มีการจ้างและคัดเลือก ผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่ดูแลภูมิทัศน์ของมหาวิทยาลัย และศูนย์การศึกษา  มีการจ้างผู้ดูแลจำนวนเพียงพอกับพื้นที่ ตามความเหมาะสม
                 2. ค่าใช้จ่าย  ค่าใช้จ่ายของทั้งสองโครงการยังไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในงานดูแลรักษางานภูมิทัศน์ เนื่องจากภายในพื้นที่ของทั้ง 2 โครงการยังพบว่ามีปัญหาอยู่มาก             3. ประสิทธิภาพ  มีการดูแลรักษาภูมิทัศน์ในส่วนของคนและเครื่องจักร โดยรวมถือว่าดี  มีประสิทธิภาพในระดับหนึ่ง
                 เมื่อได้ทำการศึกษาข้อมูลของทั้งสองกรณีศึกษาแล้วจึงได้นำแนวทางในการจัดการโดยนำเอาข้อดีของทั้งสองโครงการมาประยุกต์และผสมผสานเพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางในการจัดการดูแลรักษางานภูมิทัศน์โครงการมหาวิทยาลัยพายัพ   จังหวัดเชียงใหม่ ที่เหมาะสมและสามารถแก้ไขปัญหาของโครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการดูแลรักษางานภูมิทัศน์ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับค่าใช้จ่ายที่ได้ทำการลงทุน

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โครงงานนี้ จัดทำขึ้นเพื่อรายวิชาการจัดการและการดูแลรักษางานภูมิทัศน์
โดยนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาิวิทยาลัยแม่โจ้